การเล่น แบล็คแจ็ค มีกฎกติกา การนับแต้มยังไงบ้าง มาดูกัน

ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นเกมส์ไพ่ที่ได้รับความนิยม


การเล่น แบล็คแจ็ค มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ในอดีตที่คาสิโนฝั่งยุโรปและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของเกมนี้ ที่ทำให้มันเป็นเกมส์ที่มีชื่อเสียงและความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการพนัน. การเล่นไพ่แบล็คแจ็คเครดิตฟรีนั้นไม่ซับซ้อน ท่านเพียงแค่มีไพ่ในมือที่มีแต้มรวมใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้ม ซึ่งเป็นแต้มสูงสุด ท่านก็จะชนะเกม. นอกจากนี้การเล่นไพ่แบล็คแจ็คในรูปแบบออนไลน์ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น นั่นหมายความว่าเกมส์นี้ก็ได้รับความนิยมและความชื่นชอบในประเทศไทยอย่างมากในปัจจุบัน

เกมส์ไพ่แบล็คแจ็คกติกา การเล่น

การเล่นแบล็คแจ็คคือการใช้ไพ่ทั้งหมด 6 สำรับในการเล่น มีการแจกไพ่ฝ่ายผู้เล่นและเจ้ามือโดยแจกสองใบในแต่ละฝั่งก่อน ผู้เล่นจะได้รับไพ่แล้วมีสิทธิ์จั่วไพ่ต่อไปจนกว่าจะได้แต้มที่พอใจ แต่ห้ามเกิน 21 แต้มเพราะจะถือว่าแพ้ทันที สำหรับเกมแบล็คแจ็ค, ผู้ชนะคือคนที่มีแต้มไพ่เท่ากับ 21 หรือใกล้เคียงมากที่สุด หากคุณมีประสบการณ์ในการเล่นไพ่บาคาร่ามาก่อน, การสัมผัสกับแบล็คแจ็คจะไม่ค่อยยากเลย และมันยังเพิ่มความตื่นเต้นและสนุกมากขึ้นในการเล่นเกมนี้อีกด้วย

การนับแต้มไพ่แบล็คแจ็ค

เป็นเกมส์การเล่นของผู้เล่นกับเจ้ามือเท่านั้น แต้มของผู้ เล่นคนอื่นบนโต๊ะนั้น จะไม่ส่งผลต่อแต้มไพ่ของท่าน ดังนี้
* A = 1 หรือ 11 แต้ม ( นับเป็น 11 แต้มเมื่อไพ่ A อยู่คู่กับไพ่ 10 , J , Q , K)
* 2 = 2 , 3 = 3 , 4 = 4 , 5 = 5 , 6 = 6 , 7 = 7 , 8 = 8 , 9 = 9 , 10 = 10 แต้ม
* J , Q , K = 10 แต้ม

คำศัพท์ของไพ่แบล็คแจ็ค

การเล่นเกมส์ไพ่แบล็คแจ็คจะมีคำศัพท์ในการเล่นเกมส์ทั้งหมด ดังนี้

จั่วไพ่หรือการเพิ่มไพ่อีกใบหนึ่ง ในกรณีที่ไพ่ของผู้เล่นมีแต้มน้อยกว่า 21 แต้ม ผู้เล่นสามารถจั่วได้ส่วนของเจ้ามือมีข้อจำกัดไว้กรณีไพ่ทั้งสองใบของเจ้ามือเท่ากับ 16 แต้มหรือต่ำ กว่า 16 แต้มเจ้ามือจำเป็นต้องจั่วไพ่หากไพ่เท่ากับ 17 แต้มหรือมากกว่า 17 แต้ม จะไม่สามารถจั่วได้

แยกไพ่ถ้าหากผู้เล่นได้ไพ่สองใบที่เหมือนกัน จะสามารถแยกไพ่ออกเป็นสองชุด และลงเดิมกับไพ่ชุดอีกชุดได้ รวมเป็นตานั้นจะมีไพ่ให้เล่น 2 ชุด กรณีได้ไพ่ A แต่ละชุดจะจั่วไพ่ได้ใบเดียว หลังจากแยกไพ่แล้วได้แบล็คแจ็ค ก็จะนับเป็น 21แต้มธรรมดา

เดิมพันเป็น 2 เท่าผู้เล่นจะได้ไพ่สองใบ ซึ่งสามารถเลือกเดิมพันซ้ำ ได้แค่ครั้งเดียว และจั่วไพ่ได้แค่ใบเดียว แต่ถ้าหากได้แบล็คแจ็คจะไม่สามารถเดิมพันสองเท่าได้

เดิมพันไพ่ประกันถ้าหากไพ่ที่เปิดอยู่ ของเจ้ามือเป็นไพ่ A ผู้เล่นสามารถเดิมพันไพ่ประกันได้โดยยอดเดิมพันประกันต้องเป็นจำนวนครึ่งนึงของเงินที่เดิมพันไว้หลังจากวางเดิมพันประกันแล้ว หากเจ้ามือได้แบล็คแจ็ค ( หรือ 21 แต้ม ) ผู้เล่นจะได้เงินประกันและเงินเดิมพันคืน หากเจ้ามือไม่แบล็คแจ็ค ผู้ เล่นจะเสียเงินประกัน และดำเนินเกมส์ต่อไป เก็บไพ่ก่อนถ้าหากผู้ เล่นได้ไพ่แบล็คแจ็คแล้ว และไพ่ใบแรกที่เปิดของเจ้ามือเป็น A ผู้เล่นสามารถเลือกเก็บไพ่ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลเสมอกับเจ้ามือ

รูปแบบการชนะ และอัตราการจ่าย

รูปแบบการวางเดิมพันของเกมส์ไพ่แบล็คแจ็คนั้น จะมีการวางเดิมพันได้หลาย
แบบ ทำให้มีโอกาสชนะหลายรูปแบบตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น 21+3, Perfect Pair, Bet Behind และมีอัตราการจ่ายเท่าไหร่บ้าง ดังนี้

  • แบบ Perfect Pair เป็นการชนะเพียงแค่ใช้ไพ่ 2 ใบแรกของท่าน โดยที่ไพ่ของท่าน 2 ใบแรกนั้น จะต้องเป็นไพ่คู่ อย่างเช่น 2-2 , 3-3 , 4-4 หรือ Q-Q ฯลฯ
  • คู่เหมือน ไพ่ทั้งสองใบจะต้องมีหน้าไพ่และดอกเดียวกัน อย่างเช่น ไพ่ของท่านคือ A โพธิ์แดงสองใบ อัตราการจ่าย 25 : 1
  • คู่สีไพ่ทั้งสองใบนั้นจะต้องมีสีเหมือนกัน (แต่เป็นคนละดอกได้ ) อย่างเช่น 2 โพธิ์แดงกับ 2 ข้าวหลามตัดอัตราการจ่าย 12 : 1
  • คู่ผสม ดอกและสีต่างกัน อย่างเช่น 10 โพธิ์แดง กับ 10 โพธิ์ดำ อัตราการจ่าย 6 : 1

รูปแบบการชนะ Perfect Pair

  • เนื่องด้วยเกมนี้ใช้ไพ่ 6 สำารับในการเล่น เกมนี้จึงมีคู่ เหมือนได้หลายคู่ แบบ 21+3 คือ การที่ไพ่ในมือของท่านนั้นมีโอกาสที่จะเกิดการ ตองเหมือน , ตอง , สเตรทฟลัช , สเตรท และ ฟลัช
  • ตองเหมือน คือ การที่ไพ่สามใบเหมือนกัน และต้องดอกเดียวกัน อย่างเช่น ไพ่ในมือเป็น 9 โพธิ์ดำ 3 ใบ อัตราการจ่าย 100 : 1
  • สเตรทฟลัช คือ การเรียงกันตามลำดับและมีไพ่ดอกเดียวกันเช่น Q K A ข้าวหลามตัด อัตราการจ่าย 40 : 1
  • ตอง คือการที่มีไพ่สามใบนั้นเหมือนกัน แต่มีสีและดอกที่ต่างกัน อย่างเช่น K โพธิ์แดง K ดอกจิก และ K ข้าวหลามตัด อัตราการจ่าย 30 : 1
  • สเตรท คือไพ่ในมือนั้นเรียงกันตามลำดับ แต่สามารถมีสีและดอกของไพ่นั้นแตกต่างกันได้อย่างเช่น J โพธิ์ แดง Q โพธิ์ดำ และ K โพธิ์ดำ อัตราการจ่าย 10 : 1
  • ฟลัช คือการที่ไพ่ในมือนั้นมีดอกเดียวกันสามใบ อย่างเช่น 9 โพธิ์แดง 10 โพธิ์แดง และ A โพธิ์แดง อัตราการจ่าย 5 : 1

รูปแบบการเล่นและขั้นตอน

ขั้นตอนในการเดิมพันก็ไม่ยาก มีดังนี้

  1. ให้กดเลือกชิปในการวางเดิมพันก่อน
  2. หลังจากที่เลือกชิปแล้ว ให้เลือกตำแหน่งที่ว่าง เมื่อได้ตำแหน่งที่นั่งที่ต้องการแล้ว จากนั้นให้กด Bet

ขั้นตอนในการเล่นแบล็คแจ็คค่อนข้างเรียบง่าย หลังจากเข้าไปนั่งที่โต๊ะเดิมพันแล้วเจ้ามือจะเริ่มแจกไพ่ โดยหลักการคือให้ไพ่ให้แก่ผู้เล่นและเจ้ามือเริ่มจากฝั่งผู้เล่น ท่านสามารถเรียกไพ่เพิ่มเติมได้ตามที่คิดว่าเหมาะสม แต่อย่าเกิน 21 แต้มเพราะจะถือว่าแพ้ทันที นอกจากนี้ ถ้าคุณต้องการวางเดิมพันตามผู้เล่นคนอื่น คุณสามารถใช้รูปแบบ Bet Behind ได้ เมื่อท่านทำ Bet Behind ท่านจะไม่สามารถควบคุมการวางเดิมพันเงินเดิมพันเองได้ แต่ต้องวางเดิมพันตามผู้เล่นที่คุณต้องการติดตาม และไม่สามารถสั่งให้ผู้เล่นเพิ่มหรือหยุดจั่วไพ่ได้ ในระหว่างที่คุณมีเดิมพันที่คุณตามติดตามแล้ว คุณจะไม่สามารถมีสิทธิ์ดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมได้นอกจากการวางเดิมพันของคุณเองเท่านั้น